ลงประกาศฟรี
ค้นหาประกาศ

คำถามที่พบบ่อย

ทำไมสมัครสมาชิกแล้ว ไม่ได้รับอีเมล์ยืนยัน ต้องทำอย่างไร?

การสมัครสมาชิกมี 2 วิธี คือ

1.สมัครผ่าน Facebook ซึ่งสะดวกและง่ายดาย ใช้งานได้ทันที

2.สมัครโดยใช้อีเมล์สมัคร เมื่อสมัครเสร็จต้องรออีเมล์เพื่อยืนยันสมาชิก ซึ่งบางทีอีเมล์อาจถูกส่งลงที่ โฟลเดอร์ อีเมลล์ขยะ(Junk Mail)

ถ้าตรวจเช็คแล้วไม่มีเมลล์ส่งไปเลย กรุณาแจ้งกลับ เว็บมาสเตอร์ เพื่อให้ทำการตรวจเช็คและกดยืนยันให้ โดยแจ้ง อีเมล์ที่สมัครมาให้ด้วย ที่ ทาง inbox หน้าแฟนเพจได้ ที่  @jaideemarket

ทำไมประกาศแล้วโดนลบ ต้องทำอย่างไร?

ถ้าเกิดกรณีนี้สาเหตุหลักๆเกิดจาก

1.ชื่อเรื่องประกาศอาจมีคำที่ผิดกฏปนอยู่ด้วย

2.รายละเอียดในเนื้อหาประกาศมีคำที่ผิดกฏปนอยู่ด้วย

3.ไม่ทำตาม กฎกติกาการลงประกาศ  อย่างเคร่งครัด

แต่ถ้าลองแล้วไม่ได้ให้ส่งข้อความที่จะโพส มาให้ตรวจทาง ทาง inbox หน้าแฟนเพจได้ ที่ @jaideemarket

 

ป้องกันการโดนหลอกจากการซื้อสินค้าผ่านสื่อออนไลน์ ทำอย่างไร?

ผู้บริโภคควรให้เวลากับการศึกษาข้อมูลของสินค้า ความน่าเชื่อถือของผู้ขายและสินค้าที่ขายก่อนการตัดสินใจซื้อ โดยมีวิธีการง่าย ๆ คือ

1. ตรวจสอบเว็บไซต์ของร้านค้าว่ามีการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือไม่

การ ตรวจสอบนี้จะทำให้ผู้บริโภคสบายใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ผู้จดต้องเป็นเจ้าของร้านค้าออนไลน์ ต้องมีการระบุข้อมูลส่วนตัวต่าง ๆ เพื่อขอขึ้นจดทะเบียน ซึ่งถ้าหากเป็นมิจฉาชีพคงจะไม่อยากแสดงตัวตนให้ผู้อื่นรู้ สังเกตได้จากหน้า Contact Us ในการจดทะเบียนผู้ขายจะได้รับเลขรหัสทะเบียน และจะมีการแสดงสัญลักษณ์ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

2. เลือกร้านค้าที่มีเสียงตอบรับในทางที่ดี

วิธี สังเกตง่าย ๆ คือร้านค้าที่มีเสียงตอบรับที่ดี ให้ดูจากหน้ากระทู้ (Webboard) หรือจำนวนการส่งสินค้า การรีวิว (Review) จากลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าจากทางร้านว่าเป็นอย่างไร

3. เลือกซื้อสินค้าในเว็บไซต์ที่มีอายุการขายอย่างน้อย 1 ปี

โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ ผ่านทาง http://www.seologs.com/dns/domain-check.html โดยการใส่ชื่อเว็บไซต์นั้น ๆ ลงไป

4. ตรวจสอบการตอบคำถามของผู้ขาย

สามารถ ตรวจสอบได้จากการตอบคำถามในกระทู้ ว่าผู้ขายหมั่นตอบคำถามของลูกค้าหรือไม่ มีการตอบคำถามอย่างไร และเอาใจใส่ลูกค้าหรือไม่ หากในกระทู้มีลูกค้าเข้ามาคุยเป็นจำนวนมาก แล้วผู้ขายมีการให้ความใส่ใจในการตอบคำถามของลูกค้าที่ดี ผู้บริโภคก็สามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่งว่าปลอดภัย

5. ดูเงื่อนไขการรับประกันสินค้าหรือบริการหลังการขาย

เนื่อง จากการซื้อสินค้าผ่านทางเว็บไซต์ หากสินค้ามีปัญหาไม่ว่าจะเป็นการส่งที่ผิดพลาดหรือสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ทางร้านจะมีการรับประกันหรือสามารถเปลี่ยนหรือคืนสินค้าได้หรือไม่ ระยะเวลาในการรับประกันมีมากน้อยเพียงใด หากทางผู้ขายไม่ได้ระบุไว้ ผู้บริโภคก็ควรถามให้เข้าใจ และชัดเจนก่อนการตัดสินใจซื้อ ซึ่งในทางที่ดีควรสอบถามผ่านทางเว็บบอร์ด หรืออีเมล เพื่อจะได้มีหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร และไม่ควรตกลงซื้อขายกันทางโทรศัพท์

6. สินค้าที่สนใจจะซื้อไม่ควรเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมาย

เช่น ซีดีเถื่อน สินค้าปลอม สินค้าผิดกฎหมาย หรือสินค้าที่มีราคาสูงมาก ๆ ถ้าไม่ใช่สินค้าพวกนี้ก็ไม่ต้องกังวลใจมากมาย เพราะปัญหาส่วนใหญ่จะเกิดกับสินค้าประเภทพวกนี้

ทั้ง 6 วิธีข้างต้นนี้เป็นเพียงบางส่วนที่จะช่วยป้องกันการโดนหลอกจากมิจฉาชีพ แต่วิธีที่ดีที่สุดคือการให้เวลากับการตรวจสอบร้านค้าหรือสินค้า เพราะการเสียเวลานิดหน่อยก็จะช่วยเพิ่มความมั่นใจในการซื้อสินค้าออนไลน์ให้ ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคหากมีความสงสัยเกี่ยวกับระบบการสั่งซื้อ สินค้าบนธุรกิจออนไลน์และจำเป็นต้องชำระเงินโดยผ่านบัตรเครดิตหรือโอนเงิน เพื่อชำระค่าสินค้านั้น ก็ให้สังเกตสัญลักษณ์ DBD ของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าด้วย

หากผู้บริโภคท่านใดถูก หลอกลวงจากการซื้อสินค้า และบริการแบบออนไลน์ผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต หรือพบเบาะแสเกี่ยวกับเรื่องนี้ ขอให้แจ้งมายัง สคบ.ได้เลย โดยสามารถร้องเรียนผ่านช่องทางต่าง ๆ ทั้งทางระบบร้องเรียนออนไลน์ที่ www.ocpb.go.th หรือที่คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคประจำจังหวัดในจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ เทศบาล อบต. รวมถึงศูนย์ กศน. ตำบล หรือสายด่วน สคบ. 1166”

ที่มา: http://www.dailynews.co.th/thailand/223833

 

หากโดนโกงแล้ว ต้องทำอย่างไร?
1. ช่วยบันทึกข้อมูล บัญชีต้องสงสัย ใน ZengPed.net
เพิ่มข้อมูลเว็บ ZengPed.net ให้พิมพ์ชื่อ บัญชีต้องสงสัย ลงในกล่องค้นหา หากพบข้อมูลอยู่แล้ว ให้เข้าไป “แจ้งเบาะแสเพิ่มเติม” หรือหากไม่พบ ให้เพิ่มข้อมูลใหม่ โดยการกด “เพิ่มข้อมูล” ZengPed.net


2. รวบรวมข้อมูล, แจ้งความและแจ้งธนาคารเจ้าของบัญชี
1. Print หลักฐานที่ตัวท่านเองโดนหลอกลวง เช่น หน้าประกาศขายที่โจรตั้งขึ้นบนเว็บ หลักฐานการโอนเงิน หลักฐานการส่งเลขที่บัญชี ฯลฯ เก็บแนบไว้กับตัว

2. นำสลิปโอนเงินไปแจ้งความ ให้แจ้งว่า โดนฉ้อโกงจากการซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ต ให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเขียนใบแจ้งความมา

3. หลังจากได้ใบแจ้งความ (ไม่เสียเงิน) แล้ว ให้คุณนำใบแจ้งความไปที่ธนาคารเจ้าของบัญชีที่โอนเงินไปให้โจร (ไม่จำเป็นต้องสาขาเดียวกันสาขาไหนก็ได้) บอกเจ้าหน้าที่ว่าจะขอเอกสารการเปิดบัญชีธนาคารเพื่อตามตัวมาดำเนินคดี พร้อมยื่นใบแจ้งความให้เจ้าหน้าที่ไป เจ้าหน้าที่ก็จะไปจัดการนำเอกสารมาให้ (สามารถดึงข้อมูลออนไลน์ได้ทั่วประเทศ) *การให้ความร่วมมือขึ้นอยู่กับดุลพินิจของธนาคาร

4. สแกน ใบแจ้งความ ส่งมาให้ Webmaster เพื่อที่จะช่วยหา IP ของสมาชิกที่โกงให้

3. ยื่นเรื่องต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

ขั้นตอนการดำเนินการ

กรอกข้อมูลในแบบฟอร์มการรับแจ้งเหตุแบบออนไลน์ที่ http://www.tcsd.in.th/petitio
จัดเตรียมเอกสาร ดังต่อไปนี้
สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
สำเนาบันทึกประจำวัน กรณีได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้ว
เอกสารข้อความโฆษณาใน Web board ที่ผู้ต้องหาโพสท์ และทำให้ท่านหลงเชื่อ
เอกสารหลักฐานการโอนเงิน เช่น Slip หรือเอกสารอื่นในการโอนเงิน เช่น Statement / Online banking transaction
หลักฐานการติดต่อสื่อสาร เช่น หมายเลขติดต่อที่บันทึกไว้, ข้อความ (SMS) หรือEmail-Address เป็นต้น
หลักฐานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือจำเป็น
ติดต่อยื่นหลักฐานทั้งหมดที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่อยู่ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคาร B ชั้น 4 ถ.แจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ กทม. 10210 หากอยู่ต่างจังหวัดหรือไม่สะดวกเข้าพบเจ้าหน้าที่ ขอข้อมูลเพิ่มเติมที่เบอร์ 02-142 2555 ถึง 60
ขอขอบคุณข้อมูลบางส่วนจาก getapple.net

 

Share Button